สวัสดีเพื่อนๆ

วันนี้เราค่อนข้างว่าง หลังจากที่เครียดมาหลายวัน

เห็น block เราขาดการ up date เลยมาตั้งกระทู้ใหม่ๆ

ตอนนี้เค้าโคตรคิดถึงมข. คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงความสนุกสนานต่างๆที่พวกเราเคยมีร่วมกัน

และตอนนี้เค้าคิดว่าเพื่อนๆส่วนใหญ่ก็ได้งานกันเกือบหมดแล้ว

เลยอยากจะเปิดกระทู้นี้ขึ้นเพื่อให้เพื่อนๆได้ระบายความรู้สึกหลังจากการก้าวขาออกนอกรั้วมหาวิทยาลัย

การเผชิญโลกของความเป็นจริงมันโหดร้าย และเดียวดายขนาดไหน

**ปล.ใครที่มาอัพเดท...ก็ช่วยกรุณาแสดงตัวด้วยนะคะ..เพื่อนๆจะได้รู้ว่าเป็นใคร??


edit @ 2007/08/30 21:44:16

Comment

Comment:

Tweet

#40 By (58.8.191.38) on 2008-10-04 08:46

จัดไปเบาๆ เสก สุดยอดมากเลย!!! แน่นอนจิงจิงเลยหวะ ศิษย์เก่าอัชสัมโคราช

#39 By tnn (202.44.8.100 /10.25.3.232) on 2007-09-27 15:31

ข้าอยากบอกว่า..มิช่ายข้าว้อยยยยที่ตั้งกระทู้นี้..แต่ข้าก็ก้าวผ่านช่วงเวลานรกนั้นมาได้แล้วเว้ยยยเพื่อนเอ๋ยยย..ไม่แคร์..

#38 By ตอง ณ มข. เจ้าเก่าคนเดิม (61.7.133.210) on 2007-09-23 21:43

น่าๆ ชีวิตเกิดมามันก็ต้องสู้เป็นธรรมดาล่ะว้า ตั้งใจเอาแก ชีวิตมันก็ต้องมีปัญหาเกิดขึ้นเสมอแหละ อยู่ที่เราจะเข้มแข็งและหาทางต่อสู้กับมันได้ไหม เค้าว่าโลกของการทำงานมันลำบาก กว่าการเรียนอีกนะ เพราะการทำงานเราต้องเจอคนหลายรูปแบบ หลายวัย แล้วเรายังเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าไป เราก็ยังไม่รู้ว่าแต่ละคนเค้าเป็นยังไง บางทีเขาดีกับเราแต่ในใจเค้าอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้
เค้าก็อยู่ในมอนะแก ถ้ามีปัญหาไม่สบายใจอาไร เดี๋ยวเค้าไปหาแกก็ได้นะ

#37 By BooM ( Anusara) (58.147.38.88) on 2007-09-17 20:16

อย่าไปแคร์มาก
ปัญหาทุกอย่างในชีวิตเมื่อมันเกิดขึ้นมามันก็ต้องมีทางแก้ไข มันไม่ใช่โรคเอดส์
มันก็แค่จุดหนึ่งที่ชีวิตเราต้องลากผ่าน
คิดถึงทุกคนมาก
โรงเหล้า...
วังม่วงงี้เสกก็เป็นเก้งอ่า แนนสวย
มีเพื่อนเป็นคนในรั้วในวังด้วย
ต่อไปเวลาเรียกต้องมีคำนำหน้าว่า หม่อม ไรอย่างนี้ด้วยป่าว
ฮ่าๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ ขำ แนนสวย
เฮ้ยๆๆๆ อย่าไปว่าพวกซันฟู้ดนะเว้ยยย..พวกนั้นเค้าเป็นตั้ง..ชาววัง..เลยนะนั่น..
ผู้ดี๊..ผู้ดี..มีอันจะกิน..อิอิ
ชาววัง(ม่วง)..
นั่นสิๆ ได้ข่าวว่าตอนนี้เค้ามีพุงพุ้ยด้วยนะ แล้วก้ออยู่ซันฟู๊ดด้วย ของแท้ต้องเข้าป่าหาผักบุ้งได้อย่าชำนาญด้วยแหละ จิงมะเอ็ม หนาง ฮ่าๆๆๆ แนนสวย
loveless ใช่คนที่ตัวดำๆปะ
55555
นิ
เอ่า ... สู
ก็คนที่ใช้นามแฝงว่า loveless ไง
อิอิ
นั่นดิ อยากรู้คือกาน
ใคร เม้นข้างบนอ่ะ
live bird boy อ่ะ
ตลกดี (^_^)
บอกว่าคิดถึง ตอนเจอกันอย่าให้เรารู้นะว่าแอบหนีไปเที่ยวกะคนอื่น

: Live Bird Boy :
คิดถึงเพื่อนว่ะ
คิดถึงมาก
ตอนนี้เหนื่อยๆ งานหนัก ชิส์ หาย
ก็นะ เฮ้อ ไม่ได้เปนนักศึกษาแล้วนิหว่า
เปนคนธรรมดาแระ
ชักบ้าแระกุแพร่มไรไมรู้
ไปดีกว่า
ไงก็รักพวกเมิงนะ

#24 By ^^ จอย ^^ (124.157.141.171) on 2007-09-09 09:42

อยากกลับไปรับปริญญาแล้ว
แต่ท่าทางจะเหนื่อยน่าดู
นิ
ม่ายช่ายเติ้ลคร๊าบบบ จังหวะนี้ เติ้ลคงคิดอะไรแบบนั้น บ่ ได้หรอกครับมันซึ้งเกิน

#22 By (58.11.119.173) on 2007-09-06 01:49

ตอง กรูเดาว่าเปงบักเติ้ลวะ ได้กลิ่น หึ่งๆ เนาๆโชยมา หุหุ มะช่ายก้อโทดทีเด้อ
คอมเมนท์ข้างบนอ่ะ..อยากรู้เจงว่า..
เมิงคือใคร..แล้วใครคือเมิง..ห๊า??
แสดงตัวด่วนๆ..

ปล.
ถึงเพื่อนๆทุกคน..
เดือดร้อนหรือทุกข์ใจอะไร เค้ายินดีให้คำปรึกษาเสมอ และก็จำไว้นะ ว่า

เค้าอยู่ตรงนั้นเสมอ..ข้างๆหัวใจเพื่อนๆไง

แหวะะๆๆ..อาจน้ำเน่าไปหน่อย..แต่จริงใจนะเว้ยย...

ตองเอง
ตอนนี้ไม่ว่าเรื่องงานหรือเพื่อนที่กำลังเรียนต่างก็กำลังมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าใครคนไหนจะมีปัญหาอะไรก้ยังดีที่มีเพื่อนคอยรับฟังอยู่เสมอ บางครั้งปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ แต่อย่างน้อยก็มีการระบายออกมามันก็ดีขึ้นมาบ้าง พอมีกำลังใจข้นมาหน่อยก็น่จะมองปัญหาออกว่าจะแก้ยังไง...
ขอบใจ "ตอง" ที่ทำ blog รุ่นขึ้นมา...
ขอบใจ "เพื่อน" ที่ไม่ท้งกัน คอยรับฟังปัญหาไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็ตาม...
ขอบใจ "ฟ้า" ที่ส่งเพื่อนอย่าง foodtech#20 มาให้ได้รู้จักและเป็นเพื่อนกัน....

คำที่ว่า "คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย" ยังใช้ได้เสมอ...

ถ้าได้เพื่อนตอนรับปริญญานะ...จะกระโดดกอดคอ หอมแก้มให้หายคิดถึงเรย...
คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงทุกคน ภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นเพื่อนกัน ได้ชื่อว่าเป็นเด็กมอขอ ขอบคุณที่ทำให้มีกำลังใจ มีแรงใจที่จะทำงานและสู้กับอุปสรรคต่างๆต่อไป เพราะรู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ปัญหาขึ้นอยู่กับมุมมอง ยิ้มรับมือกับมันไว้แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีเอง สู้ๆนะทุกคน
เสกสุดยอด

#17 By คริ คริ (117.47.13.188) on 2007-09-03 19:46

ทำไมเสกต้องมีคำคมตลอดเลยเนี่ย
"การเติมโตเป็นผู้ใหญ่มันง่าย
แต่การที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีนี้สิมันยากเสียยิ่งกว่าอะไร"

เพื่อน..ความเหนื่อย ความลำบาก ความสับสน ความวุ่นว่าย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เรายากต่อการใช้ชีวิต แต่สิ่งเหล่านี้ล่ะที่จะเป็นตัวฝึกฝนทำให้เราสามารถดึงเอาความสามารถที่มีอยู่ในตัวเราไม่วาจะเป็น ความอดทน ความมานะ ความรับผิดชอบ ความกล้าหาญ ความดี...สิ่งเหล่านี้มันล้วนซ่อนอยู่ในตัวของทุกคน
แต่ก่อนหน้านี้เราอาจจะไม่สามารถดึงมันออกมาได้ ถ้าเราสามารถดึงมันออกมาได้นั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้เพื่อนๆทุกคนรู้ว่า "เราพร้อมที่จะดึงดาบออกมาฟาดฟันปัญหาต่างที่เข้ามาในชีวิต และพร้อมที่จะปกป้องและดูแลคนที่เรารัก โดยไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคที่จะเข้ามาในภายภาคหน้า"
ซึ่งสิ่งที่ทุกคนเผชิญนี้ล่ะคือสิ่งที่จะสร้าง"ผู้ใหญ่ที่ดี"ได้

Loveless:Live Bird BoY
ดีใจนะ ที่เวลามีเรื่องทุกข์ใจอะไร..ก็จะมีเพื่อนคอยให้กำลังเราเสมอ..ขอบใจเพื่อนจริงๆ...รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

เค้าเอง..มือสังหารไก่..คนเดิม
ยิ้มสู้...นิ
เพื่อนเอ๋ย
ไม่ต้องเครียดไปเลย เค้าเคยผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายมาแล้ว ทั้งโดนเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กเส้นเข้ามาแบบไม่มีความรู้ โดนเหยียดหยามและสบประมาท แต่จากการทำงานมาสองเดือนทำให้เค้าได้พิสูจน์ได้ว่า กูก็"เจ๋ง" กูไม่ได้เดาเข้า กูจบมาแบบมีความรู้ จบมาแบบภาคภูมิใจ และไม่เสียชื่อของสถาบัน จากเรื่องแย่ๆ มันทำให้เค้าแข็งแกร่งขึ้น และมีกำลังใจมากขึ้น
และจากการทำงานมารวมสองเดือน การได้ไปที่บริษัทและสถาบันการศึกษาต่างๆ หลายแห่ง เมื่อมีคนถามเค้าว่าจบมาจากที่ไหนเค้าสามารถยืดอกพูดได้เต็มปากว่า "จบจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นค่ะ" และเค้าก็ได้รับปฎิกิริยาตอบสนองจากผู้ที่ถามมาอย่างน่ายินดี คือทุกคนที่ได้ฟังยกย่องสถาบันของเรา และจากการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ จากหลากหลายสถาบันทำให้เค้ารู้ว่า เราไม่ได้ด้อยไปกว่าสถาบันใดในประเทศเลย...
และเค้าคิดว่าเพื่อนหลายคนก็คิดอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน ช่าสยมะล่ะ.........อิอิ
เรียกข้าว่า ....เทพธิดาลงมาจุติ(รุ่งริ่งเองจ้า)
ลืมบอกคอมเม้นท์ข้างบน..เค้า ตอง มือสังหารไก่คนเดิม ณ มข.
เพื่อนๆเอ๋ย..ที่เค้าบอกไปข้างบนอ่ะ..
ที่บอกว่า
มีเรื่องทุกข์แค่ไหนก็อย่าไปแคร์
มีความสุขกับความทุกข์นั้นให้ได้
อย่าคิดมาก อดทนและเข้มแข็งไว้
หนักนิดเบาหน่อยก็สู้กันไป
และยิ้มรับกับปัญหาที่เข้ามา..
...แต่..
..
..

วันนี้เค้าพ่ายแพ้ต่อกับคำพูดของตัวเองอย่างราบคาบ..T_T..เหมือนกับสะดุดขาตัวเองล้มลง..
เค้าทำในสิ่งเหล่านั้นไม่ได้..ไม่ใช่เค้าไม่อดทนนะ..เค้าพยายามแล้ว..พยายามจนถึงขีดสุด..เครียดมากจนร้องไห้เลย..ไม่รู้จะระบายความอัดอั้นออกมายังไง..ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร..เพราะไม่มีใครช่วยอะไรได้..นั่งปั่นงานไปก็ร้องไห้ไป....เริ่มรู้สึกท้อแท้นิดๆแล้วตอนนี้..มันอะไรที่แบบว่า..แอบรู้สึกน้อยใจในชีวิต..อาจารย์จะเห็นใจเค้าบ้างไม่เนี่ย..ว่าตอนนี้มันหนักเกินไปจนรับไม่ไหวแล้ววววววววว...เฮ้อออ...เหนื่อยยยยยโฮกก
สำหรับเรานะ
ก่อนที่จะเริ่มทำงาน เราคิดว่าการออกไปเผชิญปัญหาเกี่ยวกะงานนอกบ้านน่าจะท้าทายมากกว่า แต่พอเอาเข้าจริงๆ ตอนแรกๆ ก็สนุกกับสิ่งแปลกใหม่อยู่ แต่พอนานเข้าชักเริ่มเบื่อ ไม่สนุก แต่ก้อดเอา และคิดว่าอดทนกับเรื่องงานได้ไม่ว่างานจะหนักเท่าใด
แต่สิ่งที่ทำให้เเทบจะทนไมม่ได้คือ เพื่อนร่วมงานที่แสนจะน่าเบื่อ ทำตัวเหมือนเด็กอยากได้ของเล่น งอน ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน...(แค่บางคนเท่านั้น) มันกทำให้ชีวิตการทำงานสะดุดลง จนอยากจะลาออกทันทีทันใด ยอมแม้กระทั่งจะลาออกเพื่อไปเกาะพ่อเเม่กิน เอาล่ะเท่านี้ก่อนเด๋วลงใหม่
แนน
หลังชีวิตการเป็นนักศึกษา ก็มาอยู่ที่บ้านทำตัวเป็นลูกที่ดีคอยดูแลพ่อแม่ เป็นลูกคนเดียวนี่ดีหรือไม่ดีวะ คิดถึงเพื่อนๆ อยากทำงานแต่เงื่อนไขเยอะ ชีวิตเราเลือกอนาคตหลายอย่างไม่ได้ ทำงานที่บ้านช่างน่าเบื่อเหลือเกิน cherry

#8 By (125.26.118.191) on 2007-09-01 11:51

โธ่ เปิดกระทู้ซะห่อเหี่ยวเชียว แต่มันก็จริงนะ เค้าคิดว่าใครๆก็เป็นกันเวลาที่จะเริ่มก้าวเดินด้วยลำแข้ง ( ใหญ่ ๆ ) ของตัวเอง คนอื่นๆที่เค้ามีประสบการณ์ก็ล้วนแล้วแต่ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราจะมองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็ก ให้คิดว่ามันเป็นบทพิสูจน์หนึ่งภึงความเข้มแข็ง แล้วเราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนที่เราคิด แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็จงปล่อยให้มันผ่านไป เวลาช่วยให้อะไรๆดีขึ้น รวมทั้งการเป็นผู้ใหญ่ของเราด้วย อย่าไปเครียดมาก ยิ้มไว้ พรุ่งนี้ต้องดีกว่าแน่ ยังไงซะวันนึงก็มี 24 ชม. เท่าเดิมนะ .....ปัญหาที่เข้ามาเหมือนกับก้อนหินที่เรากำมันไว้ ยิ่งกำแน่นเท่าไหร่ก็ยิ่งเจ็บ ถ้าเราลองแบมือซักพัก แล้วค่อยกำมันแน่นๆอีกครั้ง ความเจ็บปวดมันคงน้อยกว่าที่เราจะกำมันไว้ตลอด...จริงไม๊ ลองปล่อยให้ตัวเองได้พักบ้างซักวัน ขอ 1 วันให้กับตัวเอง อะไรๆมันก็จะค่อยๆดีขึ้นนะ.....ปล.แต่ถ้าเป็นไปได้ก็โยนไอ้ก้อนหินนั้นทิ้งซะบ้างนะ

#7 By เกด (58.181.236.6) on 2007-09-01 08:17

การทำงานมันก็เหมือนกับเรา เริ่มก้าวเข้าสูู่วัยผู้ใหญ่ มันเป็นก้าวแรกที่เราต้องหัดบินด้วยปีกของตัวเอง ....ล้มลุกคลุกคลานบ้าง ต้องคอยบอกตัวเองเสมอว่า อย่าพึ่งท้อนะ....อย่าพึ่งถอย ..อย่าพึ่งหมดกำลังใจ...จงพร้อมตลอดเวลาที่จะเผชิญปัญหา....สู้ๆ สู้ต่อไปนะ...ทุกคน

..........หนทางยังอีกยาวไกล...สู้ต่อไปนะเดกกะเรนเจอ

#6 By รัตน์ (203.144.240.229 /189.2.255.60) on 2007-09-01 02:03

อืม ก็คิดว่านะ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของชีวิตนะแหละ ต้องใช้เวลาปรับตัว พอผ่านไปสักพักเราก็จะชินกับมันเอง
สำหรับเราที่ได้งานที่ขอนแก่นซึ่งมันยังมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเท่าไหร่ เพราะสภาพแวดล้อมก็คุ้นเคยเหมือน4ปีที่ผ่านมาแล้ว...
ก็จะเป็นกำลังใจให้เพื่อนทุกๆคนนะว่าเราสามารถผ่านพ้นปัญหาต่างๆในชีวิตได้แน่นอน...แล้วพบกันตอนรับปริญญา

#5 By bank (117.47.11.91) on 2007-08-31 23:03

สำหรับเค้านะ..
เค้ารู้สึกว่าบางทีการทีเราต้องก้าวเองโดยที่ไม่มีกำลังหนุนจากเพื่อนๆ จากคนที่เราคุ้นเคยหนะมันทั้งเครียด เหนื่อยใจ เหนื่อยสมอง บางทีก็ต้องตัดสินใจในสิ่งที่เราก็ไม่รู้ว่าที่ถูกต้องมันเป็นยังไง แต่ ณ วินาทีนั้นเราต้องมีคำตอบให้กับคำถาม แล้วถ้าตอบผิดหรือตัดสินใจผิดทุกอย่างก็พัง มันไม่เหมือนตอนเรียนที่ตอบไม่ได้ก็มีเพื่อนคอยขยับปากบอก มีอาจารย์คอยแก้คำตอบให้ มันไม่ใช่เลยเพื่อน แต่เค้าก็ต้องบอกตัวเองเสมอว่าเราต้องทำได้ เราต้องทำได้ เราเรียนมานี่หว่า ไม่เป็นไรเอาใหม่ ขอโทษเขาซะ แล้วอย่าทำอีก เค้าบอกตัวเองอย่างนี้ตลอดแก
บางทีการอยู่บนโลกความเป็นจริงมันก็ไม่เลวร้ายหรอก อยู่ทีว่าเราจะมองปัญหายังไง ถ้าเรามองว่ามันเป็นประสบการณ์ในชีวิต มองว่าเป็นเรื่องดี เราก็จะผ่านมันมาได้เองนะ
ไม่ต้องกลัวนะเพื่อนๆยิ่งเราเจอเรื่องร้ายๆ เจอปัญหาเร็วเท่าไหร่ เราก็จะรู้วิธีการแก้ปัญหาเร็วเท่านั้น ตอนนี้เรายังมีแรง มีความรู้ที่ได้เรียนมาตั้ง 4 ปี แล้วก็ประสบการณ์ชีวิตอีกตั้ง 20 ปี ทำไมเราจะผ่านเรื่องร้ายๆพวกนั้นไปไม่ได้ จริงมั๊ย
...อย่าลืมบอกตัวเองทุกวันนะว่าเราเก่ง..เราทำได้ อย่าไปกลัว สู้ๆๆ..
เอ็มเอง..
โลกไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด ยังมีแง่มุมดีๆให้เรามองเห็น ถ้าเราคิดจะเลือกมองแต่ในสิ่งดีๆ ชีวิตก็จะมีความสุข คิดซะว่าปัญหามีไว้ให้แก้ แล้วเราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ อุปสรรคที่ผ่านเข้ามาช่วยสอนประสบการณ์ชีวิต ให้เห็นแง่มุมชีวิตที่หลากหลาย ใช้ชีวิตไปในทางที่ถูกและคุ้มค่า ตามฝันของตัวเองให้เจอแล้วมีความสุขกับมัน.....จะเครียดทำไม แค่ยิ้มเข้าไว้... แพร์จ้า...

#3 By (222.123.216.28) on 2007-08-30 22:39

ตูก็เกือบจะได้ก้าวออกมาจากรั้ว มข.แล้ว..แต่..สุดท้ายตูก็กลับเข้ามาอยู่ในรั้วมอดินแดงแห่งนี้เหมือนเดิม..- - "
แต่มันก็เป็นอะไรที่แบบว่า..คิดถูกแล้วที่เลือกที่จะเรียนต่อ..เพราะใจเรามันไม่พร้อมที่จะทำงาน
..ยังอยากจะมีชีวิตของการเป็นนักศึกษาอยู่อย่างนี้
..ยังอยากเป็นเด็กแบบนี้
..ยังอยากไปยูบาร์
..ยังอยากไปหลังมอ
..ยังอยากขี่มอไซด์ตากแดดตัวดำ
..ยังอยากนั่งรถสายแปดไปแฟรี่
..ยังอยากทำอะไรอีกหลายๆอย่าง
..
(แต่ตอนนี้..ตูไม่อยากสอบ..ไม่อยากอ่านหนังสือ..และขี้เกียจทำแลปว้อยยยย)
..แต่ก็..เอาวะ!!..เลือกเองนี่หว่า
..เวลาผ่านไปรวดเร็วจะจบเทอมนึงแล้วสินะ..อดทนอีกนิดเดียว..ก็จะได้ก้าวออกนอกรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้..ตามหลังเพื่อนๆไป..ออกไปเผชิญหน้ากับ
ชีวิตจริง..ที่ไม่อิงนิยาย..
ชีวิตจริงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้..
ชีวิตจริงที่ต้องอยู่ด้วยลำแข้งของตัวเอง..
ชีวิตจริงที่ต้องปรับตัว..
เพื่อยืนหยัดอยู่ในสังคมที่นับวันมีแต่จะเลวร้ายลง..ให้ได้

มีเรื่องทุกข์แค่ไหน..ก็อย่าไปแคร์..ทำตัวให้มีความสุขอยู่บนความทุกข์นั้นซะเลย..จะสุขจะทุกข์จะมากจะน้อยมันขึ้นอยู่กับการคิดของตัวเอง..ฉะนั้นอย่าไปคิดมากจะได้ไม่ทุกข์มาก..ลองทำดูนะเค้าลองแล้ว..ได้ผลแฮะ..

แต่ยังไงซะ..เค้าเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคนจะต้องมีชีวิตอยู่รอดในสังคมได้อย่างมีความสุข
สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆและก้าวผ่านมันไปได้อยู่แล้ว..
ขอเพียงแค่อดทน เข้มแข็ง และยิ้มเข้าไว้..^____^ หนักนิดเบาหน่อยก็สู้กันไป
หนทางยังอีกไกล..สู้ต่อไป..ไอ้มดแดง
ตอง ณ มข.
In my opinion.......
เค้าคิดว่า
โลกของความเป็นจริงมันโหดร้ายจริงๆ
บางทีมันอาจจะไม่ได้โหดอย่างที่เราคิดหรอก...เพียงแค่มันไม่เหมือนเดิม....ไม่มีใครคอยโอ๋เราเหมือนเดิม...
วันนี้ present kinetics มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ แต่เค้ารู้สึกแย่
แย่ที่อธิบายในสิ่งที่เราอยากอธิบายออกไปไม่ได้....มันไม่ใช่เรื่องของภาษา...แต่มันเป็นเพราะตัวเราเอง...
จะมีใครเข้าใจในสิ่งที่เค้าอยากจะพูดเหมือนที่เอ็มเข้าใจ...แล้วถ่ายทอดแทนเค้าได้มั๊ยอ่ะ
แต่ยังดีที่มีเพื่อนๆคอยให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลา
สู้ๆสู้ตาย
ขอบคุณหนางที่ให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องไมโคร
ขอบคุณแรคคูนที่คอยรับฟังปัญหาและช่วยเหลือมาโดยตลอด
ขอบคุณเอ็มที่ทำให้เค้ามั่นใจในตัวเอง
ขอบคุณอ.รัชฎาที่ช่วยตอบปัญหา
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เป็นกำลังใจในการ present kinetics ครั้งนี้